International General Certificate of Secondary Education

SAT

SAT I-II

   brightupcenterbypjeng25072560921.jpg

   126818.jpg

   น้องไต๋ ธนัส.png

   เบส ศิศิเพ็ญ.png

   brightuptutorSATMATH2.12.2561.17.jpg

 

SAT I คืออะไร

     SAT ย่อมาจาก Scholastic Aptitude Tests หรือ Scholastic Assessment Tests มหาวิทยาลัยจะนำคะแนนสอบ SAT นี้ไปเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษา แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีเกณฑ์การใช้คะแนนนี้ต่างกันไป ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าใครก็ตามที่อยากสมัครเรียนในหลักสูตรนานาชาติไม่ว่าจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์ ธรรมศาสตร์ มหิดล หรือสถาบันอื่นๆ จะต้องสอบ SAT  กันแทบทุกคน วันนี้เราจะมาดูกันว่าข้อสอบที่บางคนเรียก "แซท" หรือบางคนเรียก "เอส เอ ที" นั่นคืออะไรกันแน่ และทำไมหลักสูตรนานาชาติเกือบทุกแห่งถึงพร้อมใจกันรับผลสอบนี้กัน


ข้อสอบ SAT I มีเนื้อหาอะไร ? 

     องค์กร College Board ได้ทำการพัฒนาข้อสอบ SAT มาตลอดโดยผลจากการวิจัยสรุปได้ว่านักศึกษามหาวิทยาลัยจะต้องเป็นคนที่มีทักษะการอ่าน การวิเคราะห์ และการเขียนที่ดีจึงจะประสบความสำเร็จในการเรียน องค์กร College Board เชื่อว่าข้อสอบเพียง 2 ส่วนก็สามารถวัดผลได้แล้ว (เวลาสมัครสอบ SAT เราจะได้สอบทั้งหมด) ซึ่งก็คือ Mathematics และ Reading & Writing


ต้องทำ SAT I ได้กี่คะแนนถึงจะสอบติด ?

     อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่าคะแนนเต็มของข้อสอบ SAT คือ 800 คะแนนต่อวิชา รวมทั้งหมดจึงเท่ากับ 2,400 คะแนน อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ มักจะไม่พิจารณาผลในส่วนวิชา Writing ดังนั้นคะแนนเต็ม จึงลดลงเหลือ 1,600 คะแนน ซึ่งหากต้องการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับ Top 50 ของสหรัฐอเมริกา มักจะต้องทำคะแนนให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1,100 คะแนนขึ้นไป ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่ 5 หลักสูตร ที่ต้องการคะแนนสูงในระดับนี้คือ BBA จุฬาลงกรณ์, BBA ธรรมศาสตร์, BE ธรรมศาสตร และ BACM(Comm Arts) จุฬาลงกรณ์ นอกจากนี้บางหลักสูตรอาจต้องการผลคะแนนในวิชา Mathematics เพียงอย่างเดียว เช่น ISE จุฬาลงกรณ์ (ไม่ต่ำกว่า 600 คะแนน) หรืออาจต้องการผลคะแนนในวิชา Critical Reading เพียงอย่างเดียว เช่น BALAC จุฬาฯ (ไม่ต่ำกว่า 400 คะแนน)


คะแนน SAT I ใช้ยื่นสมัครที่ไหนได้บ้าง ?

1. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

3. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมนาโน

4. หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

5. หลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

6. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

7. หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เทคโนโลยีการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม วิทยาการคอมพิวเตอร์

8. หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

9. หลักสูตรวิทยาศาสตร์และการบริหารธุรกิจบัญฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

10. หลักสูตรนานาชาติกว่า 10 สาขาวิชา มหาวิทยาลัยมหิดล

11. หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาตร์และศิลปบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

12. หลักสูตรนานาชาติทุกสาขาวิชา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอื่น ๆ อีกหลายหลักสูตร


SAT II คืออะไร

     SAT II เป็น SAT Subject Test ซึ่งจำเป็นในการเรียนระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ ของไทยในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์หลักสูตรนานาชาติในไทยได้หลายแห่ง อาทิ ISE จุฬา BSAC จุฬา , TEP/TEPE ธรรมศาสตร์ เป็นต้น


ข้อสอบ SAT II ประกอบด้วยอะไรบ้าง

 1. Mathematics (คณิตศาสตร์) ซึ่งจะยากกว่า SAT I
 2. Physics ฟิสิกส์
 3. Chemistry
 4. Biology
โดยในแต่ละวิชามีเวลาในการทำเพียง 60 นาที เท่านั้น และเป็นข้อสอบ Multiple Choice (ข้อสอบปรนัย) 
SAT II มีการจัดสอบ 5 ครั้ง ต่อปี คือ เดือนพฤษภาคม, เดือนมิถุนายน, เดือนตุลาคม, เดือนพฤศจิกายน และ เดือนธันวาคม

ต้องได้คะแนน SAT II เท่าไหร่ถึงจะสอบติด
     
     ทุกวิชามีคะแนนเต็ม 800 คะแนน หลักเกณฑ์ของคะแนนนั้นขึ้นอยู่กับคณะที่น้อง ๆต้องการเข้า โดยจะมีหลักเกณฑ์ต่างกัน แต่โดยทั่วไปคะแนนควรจะอยู่ที่ประมาณ 600 คะแนนจะเป็นเกณฑ์ที่คณะส่วนใหญ่ยอมรับ

เรียน SAT I -II ที่ Bright Up Center

     ที่ Bright Up Center By P'jeng เราเข้าใจน้อง ๆ เกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่น้องๆ เจอในข้อสอบ SAT I-II เราจึงมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของน้อง ๆ โดยได้ผลลัพธ์ออกมาที่ดีเลิศน้อง ๆ ที่มาเรียนที่ Bright Up Center ทุกคนสอบ SAT I-II ผ่านได้ตั้งแต่รอบแรก และได้คะแนนสูงมากและสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้สูงถึง 98% ทุกคน ทุกรอบ ทุกเทอม


     951.jpg

       4860472_n.jpg

     น้อง ๆ ไม่ต้องกังวลว่าเรียนภาคสามัญ (ภาคไทย) หรือไม่เคยเรียนต่างประเทศ มาแล้วจะสอบไม่ได้ ไม่ว่าน้อง ๆ มีพื้นฐานเป็นเช่นไร เราสามารถช่วยให้น้อง ๆ เข้ามหาวิทยาลัยในฝันได้ค่ะ


 

 

 

Bright Up Center By P’Jeng โรงเรียนกวดวิชามงคลพัฒนา 

 

เราดูแล ใส่ใจน้องๆทุกคน ดุจดังบุตรหลาน และน้องๆของเราเอง

 

ราคาไม่แพง..คุณภาพเยี่ยม ต้องที่ Bright up Center By P’ Jeng

 

                    เรียนจริง....ได้ผลจริง   


ประกันคุณภาพจากประสบการณ์ 13 ปี น้องมาเรียนแล้วกว่า 10,000 คน


ห้องเรียนของเรากว้างขวาง เนื้อที่ของเรามีมากกว่า 1 ไร่ครึ่ง

 

น้องๆสามารถเลือกเรียนได้ทั้ง Course เรียนกลุ่ม – เดี่ยว นะค่ะ


 

          ราคาพิเศษ เลือกวันเวลาเรียนได้

 

 

น้องๆคนไหนสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


 Screen Shot 2012-10-19 at 8.09.00 PM.png